How to ชงกาแฟ...
posted on 03 Oct 2008 16:45 by coffeetalk in CoffeeTime
เคยได้ยินเค้าพูดเค้าเขียนกันบ่อยๆ ว่า How to โน่น...How to นี่....อยากจะอินเทรนด์กับเค้า ว่าแล้วก็ขอ How to กับเค้าบ้างละกัน
เรื่องการชงกาแฟให้อร่อยถูกปากนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ละคนก็มีวิธีหรือมีเทคนิคที่แตกต่างกันไป แต่จะไปถึงขั้นนั้นได้เบสิคต้องแน่นเสียก่อน งั้นวันนี้เราไปรู้จักกับวิธีการชงกาแฟแบบต่างๆ ก็แล้วกัน...(ในที่นี้ไม่ได้บอกถึงการชงกาแฟสำเร็จที่ส่วนใหญ่เราดื่มกันเป็นประจำ ซึ่งอันนั้นไม่ยาก ก็แค่ตักกาแฟกดน้ำร้อน คนให้กาแฟละลายแล้วใส่ครีมใส่น้ำตาลตามชอบก็เป็นอันจบ)
เริ่มจากการชงกาแฟแบบที่ไม่ค่อยเห็นกันบ่อยนัก เรียกว่าการชงแบบ Ibrik เป็นวิธีการชงแบบดั้งเดิมของชาวตุรกี โดยจะใช้อุปกรณ์การชง Ibrik ที่ทำจากทองเหลืองหรือทองแดง มีด้ามจับยาว วิธีการชงแบบนี้เป็นที่นิยมกันในประเทศแถบอาหรับ โดยมีวิธีการใช้ง่ายๆ คือใส่น้ำลงไปในถ้วยแล้วยกขึ้นต้มไฟจนน้ำเดือด จากนั้นจึงใส่เมล็ดกาแฟที่บดแล้วลงต้มให้เดือดอีกครั้ง วิธีนี้จะทำให้ได้กาแฟรสเข้มข้น นิยมตักเสิร์ฟทั้งๆ ที่ยังมีผงกาแฟลอยอยู่ นิยมทานคู่กับขนมรสหวานจัด...
กรรมวิธีการชงต่อมาเรียกว่าการชงแบบ French Press เป็นวิธีการชงที่มีต้นกำเนิดจากประเทศฝรั่งเศส (ก็แหงล่ะ ชื่อก็บอกอยู่แล้วโต้งๆ) การชงแบบนี้เราเห็นได้ง่ายกว่าการชงแบบแรก วิธีชงก็ง่าย แค่เลือกกาแฟที่ต้องการใส่ลงในแก้วชง จากเทน้ำร้อนใส่ในแก้วที่มีก้าน รอประมาณ 4-5 นาทีก็กดก้านดันกากกาแฟให้ไปอยู่ก้นแก้ว รินกาแฟเติมนม ครีมหรือน้ำตาลตามชอบ วิธีนี้เป็นการชงที่สะดวกสบาย ง่าย ไม่เปลืองไฟฟ้า แต่เหมาะสำหรับการดื่มแค่ 1-2 คนเท่านั้น
ต่อไปเรียกว่าการชงกาแฟแบบ Drip ซึ่งแยกได้เป็นแบบที่ใช้เครื่องกับแบบที่ไม่ใช้เครื่อง วิธีนี้จะนำกาแฟที่คั่วบดเรียบร้อยแล้วมาเทใส่กระดาษกรองแล้วปล่อยให้น้ำร้อนไหลผ่านกาแฟแล้วค่อยๆ หยดลงมาสู่โถรับกาแฟด้านล่าง จากนั้นจึงนำไปเสิร์ฟวิธีนี้จะเห็นได้บ่อยตามร้านอาหารที่มีเมนูกาแฟร้อนให้ทานตบ หรือเวลาไปสัมมนาตามโรงแรม ข้อดีคือสะดวก เหมาะสำหรับการเสิร์ฟกับปริมาณคนมากๆ แต่ก็มีข้อเสียคือ จะได้กาแฟที่มีความเข้มน้อย กลิ่นและความมันจะถูกกระดาษกรองดูดซึมไว้จนเสียรสชาติไป
และวิธีสุดท้ายที่เป็นวิธีการชงกาแฟที่ทรมานจิตใจคอกาแฟมากที่สุดคือการชงกาแฟโดยใช้เครื่อง Espresso Machine วิธีนี้เป็นวิธีที่ร้านกาแฟนิยมใช้มากที่สุด เป็นการใช้ทั้งน้ำและไออัดผ่านเมล็ดกาแฟที่คั่วบดแล้วอย่างรวดเร็ว ทำให้ได้กาแฟเอสเพรสโซ่สีทองที่ส่งกลิ่นหอมไปทั่วร้าน เครื่องชงกาแฟแบบนี้มักมาพร้อมกับที่อุ่นนมและทำฟองนม ข้อดีคือถ่ายทอดรสชาติและจุดเด่นของกาแฟแต่ละชนิดออกมาได้ดีที่สุด แต่ก็มีข้อเสียก็คือราคาสูงมากๆ เริ่มต้นที่หลักหมื่นและอาจจะไปจบที่หลักล้านก็ได้...
เล่าเล่นๆ แต่ได้ข้อมูลแน่นๆ ไปพอสมควร แต่กรรมวิธีการชงกาแฟรูปแบบอื่นๆ ก็ยังมีทั้งการชงแบบสุญญากาศการชงแบบใช้น้ำเย็น ถ้ามีโอกาสได้ลองหรือได้ข้อมูลเพิ่มเติมก็จะเอามาฝากเพื่อนๆ ต่อไป เล่าแต่วิธีการชง...ว่าแล้วจัดมาสักถ้วยให้หายอยากดีกว่า....
เรื่องการชงกาแฟให้อร่อยถูกปากนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ละคนก็มีวิธีหรือมีเทคนิคที่แตกต่างกันไป แต่จะไปถึงขั้นนั้นได้เบสิคต้องแน่นเสียก่อน งั้นวันนี้เราไปรู้จักกับวิธีการชงกาแฟแบบต่างๆ ก็แล้วกัน...(ในที่นี้ไม่ได้บอกถึงการชงกาแฟสำเร็จที่ส่วนใหญ่เราดื่มกันเป็นประจำ ซึ่งอันนั้นไม่ยาก ก็แค่ตักกาแฟกดน้ำร้อน คนให้กาแฟละลายแล้วใส่ครีมใส่น้ำตาลตามชอบก็เป็นอันจบ)
เริ่มจากการชงกาแฟแบบที่ไม่ค่อยเห็นกันบ่อยนัก เรียกว่าการชงแบบ Ibrik เป็นวิธีการชงแบบดั้งเดิมของชาวตุรกี โดยจะใช้อุปกรณ์การชง Ibrik ที่ทำจากทองเหลืองหรือทองแดง มีด้ามจับยาว วิธีการชงแบบนี้เป็นที่นิยมกันในประเทศแถบอาหรับ โดยมีวิธีการใช้ง่ายๆ คือใส่น้ำลงไปในถ้วยแล้วยกขึ้นต้มไฟจนน้ำเดือด จากนั้นจึงใส่เมล็ดกาแฟที่บดแล้วลงต้มให้เดือดอีกครั้ง วิธีนี้จะทำให้ได้กาแฟรสเข้มข้น นิยมตักเสิร์ฟทั้งๆ ที่ยังมีผงกาแฟลอยอยู่ นิยมทานคู่กับขนมรสหวานจัด...
กรรมวิธีการชงต่อมาเรียกว่าการชงแบบ French Press เป็นวิธีการชงที่มีต้นกำเนิดจากประเทศฝรั่งเศส (ก็แหงล่ะ ชื่อก็บอกอยู่แล้วโต้งๆ) การชงแบบนี้เราเห็นได้ง่ายกว่าการชงแบบแรก วิธีชงก็ง่าย แค่เลือกกาแฟที่ต้องการใส่ลงในแก้วชง จากเทน้ำร้อนใส่ในแก้วที่มีก้าน รอประมาณ 4-5 นาทีก็กดก้านดันกากกาแฟให้ไปอยู่ก้นแก้ว รินกาแฟเติมนม ครีมหรือน้ำตาลตามชอบ วิธีนี้เป็นการชงที่สะดวกสบาย ง่าย ไม่เปลืองไฟฟ้า แต่เหมาะสำหรับการดื่มแค่ 1-2 คนเท่านั้น
ต่อไปเรียกว่าการชงกาแฟแบบ Drip ซึ่งแยกได้เป็นแบบที่ใช้เครื่องกับแบบที่ไม่ใช้เครื่อง วิธีนี้จะนำกาแฟที่คั่วบดเรียบร้อยแล้วมาเทใส่กระดาษกรองแล้วปล่อยให้น้ำร้อนไหลผ่านกาแฟแล้วค่อยๆ หยดลงมาสู่โถรับกาแฟด้านล่าง จากนั้นจึงนำไปเสิร์ฟวิธีนี้จะเห็นได้บ่อยตามร้านอาหารที่มีเมนูกาแฟร้อนให้ทานตบ หรือเวลาไปสัมมนาตามโรงแรม ข้อดีคือสะดวก เหมาะสำหรับการเสิร์ฟกับปริมาณคนมากๆ แต่ก็มีข้อเสียคือ จะได้กาแฟที่มีความเข้มน้อย กลิ่นและความมันจะถูกกระดาษกรองดูดซึมไว้จนเสียรสชาติไป
และวิธีสุดท้ายที่เป็นวิธีการชงกาแฟที่ทรมานจิตใจคอกาแฟมากที่สุดคือการชงกาแฟโดยใช้เครื่อง Espresso Machine วิธีนี้เป็นวิธีที่ร้านกาแฟนิยมใช้มากที่สุด เป็นการใช้ทั้งน้ำและไออัดผ่านเมล็ดกาแฟที่คั่วบดแล้วอย่างรวดเร็ว ทำให้ได้กาแฟเอสเพรสโซ่สีทองที่ส่งกลิ่นหอมไปทั่วร้าน เครื่องชงกาแฟแบบนี้มักมาพร้อมกับที่อุ่นนมและทำฟองนม ข้อดีคือถ่ายทอดรสชาติและจุดเด่นของกาแฟแต่ละชนิดออกมาได้ดีที่สุด แต่ก็มีข้อเสียก็คือราคาสูงมากๆ เริ่มต้นที่หลักหมื่นและอาจจะไปจบที่หลักล้านก็ได้...
เล่าเล่นๆ แต่ได้ข้อมูลแน่นๆ ไปพอสมควร แต่กรรมวิธีการชงกาแฟรูปแบบอื่นๆ ก็ยังมีทั้งการชงแบบสุญญากาศการชงแบบใช้น้ำเย็น ถ้ามีโอกาสได้ลองหรือได้ข้อมูลเพิ่มเติมก็จะเอามาฝากเพื่อนๆ ต่อไป เล่าแต่วิธีการชง...ว่าแล้วจัดมาสักถ้วยให้หายอยากดีกว่า....
น่าสนใจดีค่ะ เราไม่ใช่คอกาแฟ แต่ชอบกลิ่นกาแฟ เลยชอบไปนั่งในร้านกาแฟ^-^
#1 By (^_^)/nana on 2008-10-03 16:52