ผง…ชูรสกาแฟ ตอนที่ 2
posted on 21 Oct 2008 10:37 by coffeetalk in CoffeeTime
ความเดิมจากตอนที่แล้ว ผมพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับผงปรุงกลิ่นกาแฟมา 2 ชนิด ยังขาดการทดลองของผงปรุงกลิ่นกาแฟอีก 2 ชนิด แต่อย่าเพิ่งใจร้อนเพราะยังมีเรื่องอื่นที่น่าสนใจอยากเล่าให้ฟังกันก่อนว่า...อันผงปรุงกลิ่นกาแฟนี้ยังไม่มีชื่อเรียกเป็นทางการ เท่าที่ได้ยินมาเพื่อนๆ บางคนเรียกแบบอินเตอร์ว่า Topping บางคนเรียกง่ายๆ เลยว่าเป็นเครื่องเทศ แต่จะเรียกยังไงก็ตามคุณสมบัติของมันก็คือการทำให้กลิ่นของกาแฟเปลี่ยนไปจากเดิม ผมจึงขอเรียกกันให้เข้าใจง่ายๆ ว่าผงปรุงกลิ่นกาแฟหรือผงปรุงกาแฟก็แล้วกันครับ...
จบเรื่องแถลงการณ์แล้วมาต่อกับผงปรุงกาแฟที่เหลือได้แก่ วานิลลา และผงจันทน์เทศ เริ่มจาก ผงวานิลลา เมื่อพูดถึงวานิลลาเพื่อนๆ จะนึกถึงอะไรมากที่สุดครับ...ติ๊กต่อกๆ....คำตอบแรกๆ จะต้องมีไอศกรีมออกมาแน่นอน (เด็กๆ ที่อยากกินไอศกรีม ถ้านึกอะไรไม่ออก ผู้ใหญ่มักจะสั่งไอศกรีมรสวานิลลามาให้ก่อนเป็นอันดับแรก) นอกเหนือจากไอศกรีม ก็น่าจะเป็นพวกขนมนมเนยต่างๆ แต่ถ้าให้นึกถึงกาแฟกับวานิลลา หลายคนคงยังไม่มีโอกาสได้ลอง...งั้นผมรับอาสาเอง...
เริ่มจากสั่งกาแฟ Flat White มาประจำการที่โต๊ะ แล้วจัดการเดินไปหยิบผงวานิลลามาเหยาะลงไปบนผิวกาแฟสีน้ำตาลอ่อนทันที!
กลิ่น : หลังจากปล่อยให้ผงวานิลลาละลายซักครู่ ก็ยกกาแฟขึ้นจิบ กลิ่นของวานิลลาลอยขึ้นมาแตะจมูก ทำให้รู้สึกว่ากาแฟแก้วนี้ มีกลิ่นของความหอมหวานเพิ่มมากขึ้น (กลิ่นนมอุ่นๆ หลบไปอยู่ด้านหลังอย่างเงียบๆ) รสชาติ : ตัวผงวานิลลามีออกหวานหน่อยๆ แต่เมื่อใส่ลงไปในกาแฟแม้เพียงนิดเดียวกลับให้ความรู้สึกเพิ่มขึ้นอย่างประหลาด อาจเป็นเพราะความเคยชินกับวานิลลาที่ผสมอยู่ในขนมนมเนยก็เป็นได้ (หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าผงสีขาวๆ ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับน้ำตาล) ความเป็นกาแฟ : อย่างที่บอกว่าการรับรู้เกี่ยวกับวานิลลาส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับไอศกรีมหรือขนมนมเนย เมื่อได้ลองดื่มกาแฟที่ใส่ผงปรุงกลิ่นวานิลลา ก็เลยให้ความรู้สึกว่าตัวเองกำลังดื่มกาแฟรสวานิลลา ซึ่งถ้าเป็นคนชอบกลิ่นวานิลลาก็น่าจะตกหลุมรักได้ไม่ยาก แต่ถ้าเป็นคอกาแฟที่ชอบสูดกลิ่นกาแฟ กาแฟแก้วนี้จะหอมหวานขึ้นอีกนิด
มาถึงผงปรุงกลิ่นตัวสุดท้ายที่มีให้เห็นไม่บ่อยนักตามร้านกาแฟ แต่ที่แมคคาเฟ่ มีให้ลอง ผงที่ว่านี้ก็คือ (ดนตรีเปิดตัวยิ่งใหญ่)....ผงจันทน์เทศ นั่นเอง.....เท่าที่ถามๆ คนที่ดื่มกาแฟมาหลายๆ คน มักจะตอบว่าไม่เคยลองผงจันทน์เทศ ทั้งนี้ก็เพราะไม่ค่อยมีให้ลอง หรือถ้ามีก็ใจไม่ถึงพอที่จะใส่ผงจันทน์เทศลงไปในกาแฟถ้วยโปรดของตัวเอง เพราะไม่ค่อยแน่ใจว่าใส่แล้วจะเป็นยังไง...ไม่เป็นไร...ใครที่ไม่กล้าหรือไม่เคย ผมจะเล่าให้ฟัง....
แต่ก่อนอื่นผมว่าเราควรจะมารู้จักกับผลจันทน์เทศกันก่อนดีกว่า จันทน์เทศ มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Nutmeg เป็นเครื่องยาที่ใช้มากในยาไทย กลิ่นหอม มีสรรพคุณบำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้ธาตุพิการ ขับลม แก้ปวดมดลูก แก้ท้องร่วง บำรุงโลหิต (โอ้ว....ครอบจักรวาลจริงๆ) แต่ถ้าเอามาใส่ในกาแฟ “กลิ่น” จะเป็นสิ่งที่จุดเด่นที่สุดของผงจันทน์เทศ
รู้จักกับสรรพคุณกันไปแล้ว...ไม่พูดพล่ามทำเพลงอีกต่อไป ยกขวดโรยผงจันทน์เทศลงไปบนกาแฟทันที...แล้วเรามาติดตามผลการทดลองนี้กัน
กลิ่น : ทันทีที่โรยผงจันทน์เทศลงไปบนกาแฟ กลิ่นของผงจันทน์เทศก็ลอยขึ้นมาแตะจมูกทันที เมื่อยกกาแฟขึ้นมาจิบ ก็ได้กลิ่นหอมเหมือนพริกไทยลอยมาทันที ระหว่างจิบต้องจิบกาแฟช้าๆ และดมกลิ่นอย่างนุ่มนวล ไม่อย่างงั้นอาจจามได้ รสชาติ : ผงจันทน์เทศไม่ทำให้รสชาติของกาแฟเปลี่ยนไป แต่ที่ทำให้เปลี่ยนคือกลิ่นของกาแฟที่เพิ่มความฉุนแบบพริกไทยเข้ามาด้วย ซึ่งนับว่าแปลกและน่าสนใจดีทีเดียว ความเป็นกาแฟ : ถ้าใช้ลิ้นวิเคราะห์ความเป็นกาแฟเมื่อใส่ผงจันทน์เทศจะยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ถ้าใช้จมูกในการรับรู้ร่วมด้วย กลิ่นกาแฟที่หลายๆ คนชอบ จะกลายเป็นกาแฟที่มีความหอมแบบน่าสนใจมากขึ้นไปอีก
จบเรื่องราวของผงปรุงกลิ่นทั้ง 4 ชนิด เพื่อนๆ คนไหนมีความคิดเห็นแบบไหนบอกได้ครับ...ส่วนตัวผมเองถ้าให้บอกว่าชอบแบบไหนมากที่สุด คงจะตอบแบบเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ถ้าให้ตอบว่าใช้อันไหนมากที่สุดก็พอจะเรียงลำดับได้ตามนี้ อบเชย จันทน์เทศ ช็อคโกแลต และวานิลลา ส่วนของเพื่อนๆ เมื่อได้ลองแล้วเป็นยังไงเอามาบอกกันบ้างนะครับ
จบเรื่องแถลงการณ์แล้วมาต่อกับผงปรุงกาแฟที่เหลือได้แก่ วานิลลา และผงจันทน์เทศ เริ่มจาก ผงวานิลลา เมื่อพูดถึงวานิลลาเพื่อนๆ จะนึกถึงอะไรมากที่สุดครับ...ติ๊กต่อกๆ....คำตอบแรกๆ จะต้องมีไอศกรีมออกมาแน่นอน (เด็กๆ ที่อยากกินไอศกรีม ถ้านึกอะไรไม่ออก ผู้ใหญ่มักจะสั่งไอศกรีมรสวานิลลามาให้ก่อนเป็นอันดับแรก) นอกเหนือจากไอศกรีม ก็น่าจะเป็นพวกขนมนมเนยต่างๆ แต่ถ้าให้นึกถึงกาแฟกับวานิลลา หลายคนคงยังไม่มีโอกาสได้ลอง...งั้นผมรับอาสาเอง...
เริ่มจากสั่งกาแฟ Flat White มาประจำการที่โต๊ะ แล้วจัดการเดินไปหยิบผงวานิลลามาเหยาะลงไปบนผิวกาแฟสีน้ำตาลอ่อนทันที!
กลิ่น : หลังจากปล่อยให้ผงวานิลลาละลายซักครู่ ก็ยกกาแฟขึ้นจิบ กลิ่นของวานิลลาลอยขึ้นมาแตะจมูก ทำให้รู้สึกว่ากาแฟแก้วนี้ มีกลิ่นของความหอมหวานเพิ่มมากขึ้น (กลิ่นนมอุ่นๆ หลบไปอยู่ด้านหลังอย่างเงียบๆ) รสชาติ : ตัวผงวานิลลามีออกหวานหน่อยๆ แต่เมื่อใส่ลงไปในกาแฟแม้เพียงนิดเดียวกลับให้ความรู้สึกเพิ่มขึ้นอย่างประหลาด อาจเป็นเพราะความเคยชินกับวานิลลาที่ผสมอยู่ในขนมนมเนยก็เป็นได้ (หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าผงสีขาวๆ ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับน้ำตาล) ความเป็นกาแฟ : อย่างที่บอกว่าการรับรู้เกี่ยวกับวานิลลาส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับไอศกรีมหรือขนมนมเนย เมื่อได้ลองดื่มกาแฟที่ใส่ผงปรุงกลิ่นวานิลลา ก็เลยให้ความรู้สึกว่าตัวเองกำลังดื่มกาแฟรสวานิลลา ซึ่งถ้าเป็นคนชอบกลิ่นวานิลลาก็น่าจะตกหลุมรักได้ไม่ยาก แต่ถ้าเป็นคอกาแฟที่ชอบสูดกลิ่นกาแฟ กาแฟแก้วนี้จะหอมหวานขึ้นอีกนิด
มาถึงผงปรุงกลิ่นตัวสุดท้ายที่มีให้เห็นไม่บ่อยนักตามร้านกาแฟ แต่ที่แมคคาเฟ่ มีให้ลอง ผงที่ว่านี้ก็คือ (ดนตรีเปิดตัวยิ่งใหญ่)....ผงจันทน์เทศ นั่นเอง.....เท่าที่ถามๆ คนที่ดื่มกาแฟมาหลายๆ คน มักจะตอบว่าไม่เคยลองผงจันทน์เทศ ทั้งนี้ก็เพราะไม่ค่อยมีให้ลอง หรือถ้ามีก็ใจไม่ถึงพอที่จะใส่ผงจันทน์เทศลงไปในกาแฟถ้วยโปรดของตัวเอง เพราะไม่ค่อยแน่ใจว่าใส่แล้วจะเป็นยังไง...ไม่เป็นไร...ใครที่ไม่กล้าหรือไม่เคย ผมจะเล่าให้ฟัง....
แต่ก่อนอื่นผมว่าเราควรจะมารู้จักกับผลจันทน์เทศกันก่อนดีกว่า จันทน์เทศ มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Nutmeg เป็นเครื่องยาที่ใช้มากในยาไทย กลิ่นหอม มีสรรพคุณบำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้ธาตุพิการ ขับลม แก้ปวดมดลูก แก้ท้องร่วง บำรุงโลหิต (โอ้ว....ครอบจักรวาลจริงๆ) แต่ถ้าเอามาใส่ในกาแฟ “กลิ่น” จะเป็นสิ่งที่จุดเด่นที่สุดของผงจันทน์เทศ
รู้จักกับสรรพคุณกันไปแล้ว...ไม่พูดพล่ามทำเพลงอีกต่อไป ยกขวดโรยผงจันทน์เทศลงไปบนกาแฟทันที...แล้วเรามาติดตามผลการทดลองนี้กัน
กลิ่น : ทันทีที่โรยผงจันทน์เทศลงไปบนกาแฟ กลิ่นของผงจันทน์เทศก็ลอยขึ้นมาแตะจมูกทันที เมื่อยกกาแฟขึ้นมาจิบ ก็ได้กลิ่นหอมเหมือนพริกไทยลอยมาทันที ระหว่างจิบต้องจิบกาแฟช้าๆ และดมกลิ่นอย่างนุ่มนวล ไม่อย่างงั้นอาจจามได้ รสชาติ : ผงจันทน์เทศไม่ทำให้รสชาติของกาแฟเปลี่ยนไป แต่ที่ทำให้เปลี่ยนคือกลิ่นของกาแฟที่เพิ่มความฉุนแบบพริกไทยเข้ามาด้วย ซึ่งนับว่าแปลกและน่าสนใจดีทีเดียว ความเป็นกาแฟ : ถ้าใช้ลิ้นวิเคราะห์ความเป็นกาแฟเมื่อใส่ผงจันทน์เทศจะยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ถ้าใช้จมูกในการรับรู้ร่วมด้วย กลิ่นกาแฟที่หลายๆ คนชอบ จะกลายเป็นกาแฟที่มีความหอมแบบน่าสนใจมากขึ้นไปอีก
จบเรื่องราวของผงปรุงกลิ่นทั้ง 4 ชนิด เพื่อนๆ คนไหนมีความคิดเห็นแบบไหนบอกได้ครับ...ส่วนตัวผมเองถ้าให้บอกว่าชอบแบบไหนมากที่สุด คงจะตอบแบบเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ถ้าให้ตอบว่าใช้อันไหนมากที่สุดก็พอจะเรียงลำดับได้ตามนี้ อบเชย จันทน์เทศ ช็อคโกแลต และวานิลลา ส่วนของเพื่อนๆ เมื่อได้ลองแล้วเป็นยังไงเอามาบอกกันบ้างนะครับ
กาแฟที่แมคคาเฟ่น่าจิบจริง ๆ

ก็หอมพอแล้วล่ะครับ ^-^
#1 By ★ STARBUCKS! no coffee,no me and no you! on 2008-10-21 10:54